ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)

สารบัญ

ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) การออกฤทธิ์ของยา

การออกฤทธิ์สารเสพติดของ Favipiravir เพื่อมาต่อต้าน เชื้อโรคและไวรัสจำพวก RNA ภายในร่างกายของผู้เสพ อาการจะแสดง 2ลักษณะ จะได้ลักษณะ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อการออกฤทธิ์มายับยั้งอาการเชื้อไวรัส ที่เพิ่มจำนวนของ Favipiravir จะเปลี่ยนสภาพให้เปน favipiravir-ribofuranosyl-5’ triphosphate (RTP) เข้าไปยับยั้งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี RNA-dependent RNA polymerase ในเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารที่จะแบ่งตัวเพิ่มได้อีก
  2. การออกฤทธิ์ให้เชื้อไวรัสนั้นกลายพันธุ์ เมื่อยับยั้งการทำงานของเชื้อไวรัสได้แล้ว จะสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมในเชื้อไวรัส ให้กลายพันธุ์จนเกิดควาผิดปกติได้ และเมื่อเชื้อไวรัสอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายเราก็จะสามารถกำจัดเชื้อไวรัสนั้นได้

ฟาวิพิราเวียร์ ยา คือยาอะไร

ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หมายถึง ยาต้านเชื้อไวรัส แล้วก็ออกฤทธิ์ได้กว้างอีกประเภทหนึ่ง มีคุณประโยชน์ในการยับยั้งของการเพิ่มปริมาณของเชื้อไวรัส RNA ที่มากมาย ตัวอย่างเช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสชิคุนกุนยา และก็เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 Favipiravir ด้วยคุณภาพในการออกฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสที่สูง Favipiravir ก็เลยเข้ามาทำหน้าที่สำคัญสำหรับการรักษาคนไข้ Covid-19 ในตอนนี้ เพราะมีความปลอดภัย และก็ยังช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตได้

ฟาวิโควิด

ฟาวิโควิด ฟาวิพิราเวียร์ จดทะเบียนเพื่อใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ว่าเป็นยาต่อต้านเชื้อไวรัส ที่ออกวงกว้าง ก็เลยใช้ได้กับโรคติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ชิกุนยา แลล้วก็โควิด-19

หมอใช้ยาฟาวิพิราเรียร์กับคนไข้โรคโควิด-19 ที่รับไว้ภายในสถานพยาบาล โดยกรมควบคุมโรคกำหนดให้ใช้กับคนที่มีลักษณะอาการของโรค ไม่เสนอแนะให้ใช้กับคนที่ยังไม่มีโอกาสหรือใข้เพื่อคุ้มครองป้องกันโรค

การใช้ยาฟาวิพิราเวียร์จำเป็นต้องคอยจนกระทั่งมีลักษณะอาการแล้วเท่านั้นหรือ

เป็นดุลยพินิจของหมอที่จะเริ่มใช้ยานี้กับผู้ติดโรค ที่ไม่มีอาการบางราย ที่มีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรง อาทิเช่น ชรา เป็นโรคเบาหวาน หรืออ้วน ฯลฯ หรือถึงแม้ไม่มีสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง แต่ว่า มีทิศทางที่จะมีความร้ายแรงของโรคมากยิ่งขึ้น ก็สามารถใช้ยานี้ได้ทันทีทันใด

ฟาวิพิราเวียร์เป็นยาสำคัญ ที่ใช้ต่อต้านเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำเป็นมากที่จำเป็นต้องใช้อย่างสมเหตุผล หมายถึง ใช้เมื่อมีข้อชี้ชัดแค่นั้น ถ้าเกิดประยุกต์ใช้เกินจำเป็น จะผลักดันการดื้อยาของเชื้อไวรัส รวมทั้งทำให้สมรรถนะของยาลดน้อยลง

ชื่อทางการค้าของ ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)

ประเทศไทยและสื่อต่างประเทศ Favipiravir มีชื่อด้านการค้าหรือชื่อในศัพท์ยา คือ AVIGAN® 200 มก. ต่อ1เม็ด บริษัทผู้ผลิต ผลิตโดยบริษัท ฟูจิฟิล์ม โดยามะ เคมิคอ ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการจกทะเบียนขึ้นทะเบียเป็นยารักษาโรคไข้หวัดใหญ่

รูปแบบของยา ฟาวิพิราเวียร์

ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ใช้สำหรับในการรักษาโรคจากเชื้อไวรัสในขณะนี้ อยู่ในลักษณะของยาเม็ดสีเหลืองอ่อน มีปริมาณยา 200 มก. ต่อ เม็ด

นอกเหนือจากยาเม็ดแล้ว ในขณะนี้ยาฟาวิพิราเวียร์ยังมียาชนิดน้ำเชื่อม ขนาด 800 มก. ในปริมาตร 60 มล. แล้วก็ยังมีขนาด 1800 มก. ในปริมาตร 135 มล. ที่จัดทำขึ้นโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เมื่อตอนต้นเดือนส.ค. พ.ศ.2564 สำหรับใช้ในคนไข้กลืนยาก และเด็กโดยเฉพาะ

ยา ฟาวิพิราเวียร์ มีราคาเท่าไหร่

เพราะว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมชนิดพิเศษ ที่จพใช้เฉพาะในสถานพยาบาลเพียงแค่นั้นนั้น แล้วราคาก็ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ผลิตยาที่ได้เสนอกับสถานพยาบาล ก็เลยไม่มีราคาสำหรับไว้ขายกับบุคคลที่ไม่ใช่สถานพยาบาล

วิธีใช้ยา ฟาวิพิราเวียร์ และปริมาณที่เหมาะสม

ฟาวิพิราเวียร์ต้องกินไหม

ฟาวิพิราเวียร์ต้องกินไหม การใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ เพื่อที่จะรักษาคนไข้ที่มีเชื้อไวรัส ควรที่จะกินยาอย่างต่ำ 5 วัน และก็จำเป็นต้องเป็นปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายผู้ทาน

ฟาวิพิราเวียร์ dose

ฟาวิพิราเวียร์ dose สำหรับผู้ใหญ่ ในวันแรกจะกินยาฟาวิพิราเวียร์ 1600 มก. 2 ครั้ง (กินครั้งละ 8 เม็ด) ในวันต่อไป กินยา 600 มก. วันละ 2 ครั้ง (กินครั้งละ 3 เม็ด) หลังอาหารเช้าและเย็น สำหรับเด็ก ในวันแรกจะกินยาฟาวิพิราเวียร์ 30 มก. 2 ครั้ง และก็ในวันต่อไปจะกินยา 10 มก. วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น

ฟาวิพิราเวียร์วิธีกิน

ฟาวิพิราเวียร์วิธีกิน สำหรับในการรักษาโควิด 19 สำหรับผู้ใหญ่ ในวันแรกจะกินยาฟาวิพิราเวียร์ 1800 มก. วันละ 2 ครั้ง (กินครั้งละ 9 เม็ด) หลังอาหารเช้าและเย็น แล้วในวันต่อไป กินยา 800 มก. วันละ 2 ครั้ง (กินครั้งละ 4 เม็ด) หลังอาหารเช้าและเย็น  สำหรับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 90 กิโลกรัม ในวันแรกจะกินยาฟาวิพิราเวียร์ 2400 มก. วันละ 2 ครั้ง (กินครั้งละ 12 เม็ด) หลังอาหารเช้าและเย็น วันต่อไปกินยา 1000 มก. วันละ 2 (กินครั้งละ 5 เม็ด) หลังอาหารเช้าและเย็น

ฟาวิพิราเวียร์ก่อนหรือหลังอาหาร

ฟาวิพิราเวียร์ก่อนหรือหลังอาหาร สำหรับเด็ก ในวันแรกกินยาฟาวิพิราเวียร์ 60 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. แบ่งกิน 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น แล้วในวันต่อไป กินยา 20 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน แบ่งกิน 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น

ข้อควรระวังในการใช้ยา ฟาวิพิราเวียร์

คนที่สามารถใช้ยา ฟาวิพิราเวียร์ ได้

  • คนไข้อายุ 60 ขึ้นไป
  • คนที่มีลักษณะอาการของโรคติดเชื้อไวรัสระดับกลางไปจนกระทั่งร้ายแรง
  • คนไข้ที่มีโรคประจำตัว ตัวอย่างเช่น โรคปอดบวม โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต และโรคเบาหวาน
  • คนไข้ที่มีภาวะอ้วน
  • คนนไข้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

คนที่ไม่สามารถใช้ยา ฟาวิพิราเวียร์ ได้

  • คนไข้ที่กำลังท้องในระยะ 3 เดือนแรก หรือคนไข้ที่กำลังสงสัยว่ากำลังจะท้อง เหตุผลเพราะ ยาอาจจะให้เด็กทารกพิการได้ หมอต้องพิจารณาให้ใช้ตัวยาที่ปลอดภัยกว่า ได้แก่ Remdesivir
  • คนไข้ในระยะให้นมลูก เนื่องจาก ตัวยาอาจจะผ่านไปสู่เด็กได้ทางน้ำนม แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าต้องเป็นปริมาณเท่าไหร่ เพราะยังมีข้อมูลไม่มากพอ เพื่อที่จะไม่ให้เด็กได้รับผลกระทบ จะต้องแจ้งให้หมอได้รู้ว่ายังอยู่ในระยะให้นมลูก
  • คนที่มีลักษณะอาการแพ้ยา ฟาวิพิราเวียร์ หรือคนที่มีภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity)
  • คนที่ยังไม่มีอาการ หรือคนที่ใช้ยาป้องกันโรค

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยา ฟาวิพิราเวียร์

ฟาวิพิราเวียร์อาการข้างเคียง

ฟาวิพิราเวียร์อาการข้างเคียง ผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังจากการกินยาฟาวิพิราเวียร์ อาจมีผลต่อการผลิตเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว ประเภท นิวโตรฟิลน้อยลง รวมทั้ง อาจจะมีอาการท้องร่วง อ้วก เกิดขึ้น ยิ่งกว่านั้น ยาฟาวิพิเวียร์ ทำให้ กรดยูริกมากขึ้น ตับก็เลยทำงานมากขึ้น

การใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือคาดว่าท้อง บางทีอาจจัชะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากว่า อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะความพิการตั้งแต่เกิดของเด็กแรกคลอดได้ (Teratogenic effect)

ฟาวิพิราเวียร์ ตาเปลี่ยนสี

ฟาวิพิราเวียร์ ตาเปลี่ยนสี มีต้นเหตุมาจากความเคลื่อนไหวของเม็ดสีเมลานิน ที่ได้ผลจากการที่ร่างกายซับยาฟาวิพิราเวียร์ กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความเคลื่อนไหวของสีรอบๆเรตินา และถุงหุ้มแก้วตา ในคนไข้บางคน อาจมีความเคลื่อนไหวของสีที่เกิดรอบๆเล็บ และก็น้ำลาย ทำให้ก่อเกิดเป็นสีฟ้าขึ้น

ภาวะตาสีฟ้า เป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ถึงแม้ว่าจะไม่พบว่าทำให้เกิดผลเสียต่อการมองเห็น แต่ว่าจะต้องเฝ้าระวังในระยะยาว

สภาวะตาสีฟ้าจากยาฟาวิพิราเวียร์สามารถหายได้เมื่อหยุดใช้ยา หากคนไข้กินยาฟาวิพิราเวียร์และเกิดผลกระทบต่อการมองเห็น ควรพบหมอและรักษาทันที

ฟาวิ ตาม่วง

ฟาวิ ตาม่วง รับประทาน ยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่แค่ทำให้ตากลายเป็นสีม่วง สีน้ำเงินแค่นั้น มีการค้น ได้คาดการณ์ว่าตัวยาฟาวิพิราเววียร์ มีคุณลักษณะเรืองแสง โดยจะไปสะสมบนกระจกตา เล็บ รวมทั้ง ผิวหนัง แม้กระนั้นก็ไม่ทำให้อวัยวะนั้นปฏิบัติงานได้ดีเหมือนปกติและก็หายได้เอง เมื่อหยุดยา รับประทานยาฟาวิพิราเวียร์ ไม่ใช่แค่ตาสีม่วง สีน้ำเงิน แม้กระนั้นบางบุคคล ตาเรืองแสงได้ด้วย ฟาวิพิราเวียร์มีอีชื่อหนึ่งมันเป็น 5-Fluoro-2-hydroxypyrazine-3-carboxamide ซึ่งประกอบไปด้วยสารเรืองแสงต่อไปนี้ พอเพียงพวกเรารับประทานยาเข้าไป เพื่ออรักษาโควิด แถมจำเป็นต้องรับประทานวันละเป็น 10 เม็ด ยามันก็เลยกระจัดกระจายไปทั่วร่างกาย ทั้งผิว เส้นผม เล็บ ดวงตา บางบุคคลจะเห็นได้ชัดเลยว่าเรืองแสง บางบุคคลก็มองดูด้วยตาเปล่าแล้วมองเห้นเป็นสีม่วงๆ อย่างไรก็แล้วแต่ แม้หยุดยา ร่างกายก็กำจัดยาออกไปเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ไม่ต้องตกอกตกใจไป เตือนหลายๆคนอย่าซื้อยาฟาวิพิราเวียรืรับประทานเอง บางทีอาจจะเป็นยาเลียนแบบก็ได้ การใช้ยาผิดแนวทาง บางทีอาจจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา ทำให้ใช้ยาไม่เป็นผล รวมทั้งเสียชีวิตได้ ยาฟาวิฟิราเวียร์จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่จะต้องสั่งจ่ายยา แล้วก็อยู่ภายใต้การดูแลของหมอ จำเป็นต้องติดตามอาการข้างเคียงแล้วก็ผลของการรักษาระหว่างการใช้ยา การใช้ยาในคนไข้บางกรุ๊ป จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณประโยชน์

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยา ฟาวิพิราเวียร์

เมื่อคนไข้ต้องกิรยาตัวอื่นร่วมกับยา ฟาวิพิราเวียร์ ยาบางตัวอาจจะสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ  ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาฟาวิพิราเวียร์ ตัวอย่างเช่น

  • (ยารักษาวัณโรค) จะทำให้กรดยูริกในเลือดสูงมากขึ้น Pyrazinamide ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อไตได้
  • (ยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) Repaglinide แล้วก็ Pioglitazone ถ้าใช้ร่วมกับยาฟาวิพิราเวียร์ อาจก่อให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • (ยาขยายหลอดลม) Theophylline ทำให้ระดับยาฟาวิพิราเวียร์ในเลือดสูงมากขึ้น อาจมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้ Famciclovir Sulindac ทำให้ความสามารถสำหรับในการออกฤทธิ์ของยา Famciclovir Sulindac ลดน้อยลง

ใช้ยา ฟาวิพิราเวียร์ เกินขนาดควรทำอย่างไร

ฟาวิพิราเวียร์ มีข้อเสียในเรื่องที่มีการใช่ยาหากใช้เกินขนาด ที่ร่างกายควรจะได้รับ อาจจะก่อให้ร่างกายมีผลข้างเคียงต่างๆที่ไม่พึงประสงค์ได้ ด้วยเหตุข้างต้นนี้นั้นควรจะไปพบหมอ เพื่อเข้ารับการดูแลรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น

ลืมกินยา ฟาวิพิราเวียร์ ควรทำอย่างไร

ในเรื่องที่ลืมกินยา ฟาวิพิราเวียร์ ให้กินแต่ละโดสเหมือนเดิม ดังที่หมอสั่ง ห้ามกินยารอบที่ลืมร่วมกับการกินยาโดสต่อไปโดยเด็ดขาด

การเก็บรักษายา ฟาวิพิราเวียร์

  • เก็บเอาไว้ในอุณภูมิปกติ หรือไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส
  • เก็บยาฟาวิพิราเวียร์ เอาไว้ในภาชนะ ไม่แนะนำให้แกะยาทิ้งเอาไว้นานๆ
  • ไม่เก็บยาฟาวิพิราเวียร์เอาไว้ในที่อับ เปียกชื้น หรือมีแสงแดดส่องถึง
  • เก็บยาฟาวิพิราเวียร์ให้พ้นจากมือเด็ก
  • ห้ามเก็บยาฟาวิพิราเวียร์ไว้ในช่องฟรีช